ถ้าเคยลองถ่ายคลิปหรือไลฟ์ด้วยมือถือเฉย ๆ คงรู้ว่าแค่ถือมือถือนาน ๆ ก็เมื่อย แถมภาพยังสั่นจนคนดูเวียนหัว ขาตั้งมือถือเป็นของที่ราคาไม่แพงแต่เปลี่ยนคุณภาพคลิปได้มาก บทความนี้จะชวนดูว่าแบบไหนเหมาะกับงานแบบไหน และควรดูอะไรก่อนซื้อ
ก่อนอื่น: ทำไมต้องมีขาตั้ง
มือเราสั่นตลอดเวลาแม้จะพยายามนิ่ง แค่หายใจก็ขยับแล้ว ยิ่งถ่ายคลิปยาวหรือไลฟ์เป็นชั่วโมง ภาพสั่นจะเห็นชัดและคนดูจะกดออก ขาตั้งช่วยตรึงมุมกล้องให้นิ่ง ทำให้เรามีมือว่างสำหรับพูดหรือทำอย่างอื่น และทำให้มุมภาพคงที่ทั้งคลิป
1. แบบตั้งพื้น แบบตั้งโต๊ะ และแบบคีมหนีบ
- แบบตั้งพื้น (tripod) สูงได้ตั้งแต่ระดับเข่า ใช้ถ่ายยืนเต็มตัว
- แบบตั้งโต๊ะ (mini tripod) เล็ก พกง่าย วางบนโต๊ะได้
- แบบคีมหนีบ (clamp) หนีบขอบโต๊ะหรือชั้นวาง ประหยัดพื้นที่
เริ่มจากดูว่าถ่ายที่ไหนเป็นหลัก ถ้าถ่ายนั่งที่โต๊ะเป็นประจำ แบบตั้งโต๊ะหรือคีมหนีบสะดวกกว่า ถ้าถ่ายยืนเดินไปมา แบบตั้งพื้นเหมาะกว่า
2. ความสูงที่ปรับได้
ความสูงคือสิ่งที่คนมองข้ามบ่อยที่สุด ขาตั้งที่เตี้ยเกินจะทำให้มุมภาพเงยขึ้นหรือก้มลง ซึ่งดูไม่เป็นธรรมชาติ
- ถ่ายนั่ง อยากได้ความสูงประมาณระดับสายตาตอนนั่ง
- ถ่ายยืน ต้องการขาที่สูงพอจะยกกล้องถึงระดับอกขึ้นไป
- ถ่ายของบนโต๊ะ มุมก้มลงจะดูดีกว่ามุมเสยขึ้น
3. หัวกล้องแบบบอลและแบบแพน
- หัวบอล (ball head) ปรับมุมได้อิสระ หมุนเร็ว เหมาะกับคลิปที่อยากได้มุมแปลก
- หัวแพน (pan-tilt) หมุนซ้ายขวาและก้มเงยได้เป็นแกน เหมาะกับไลฟ์ที่อยากแพนกล้องนุ่ม ๆ
ราคาถูกมักให้หัวที่ล็อกไม่แน่น พอล็อกแล้วกล้องยังค่อย ๆ เอียงลงเอง ซึ่งน่ารำคาญมากตอนถ่ายยาว ควรลองขยับดูก่อนว่าล็อกแล้วนิ่งจริงไหม
4. ที่ยึดมือถือและการใช้กับเคส
ที่หนีบมือถือมีขนาดต่างกัน บางตัวหนีบได้ทั้งมือถือเปลือยและมือถือใส่เคส แต่บางตัวใส่เคสหนา ๆ แล้วไม่เข้า ถ้าเราใช้เคสหนาหรือมีที่จับด้านหลัง ควรเช็กขนาดที่หนีบรับได้ก่อน
- ที่หนีบแบบสปริง ยืดหยุ่นกว่า แต่ระวังบีบแล้วบังปุ่มข้าง
- ที่หนีบแบบสกรู แน่นกว่า แต่ติดตั้งช้ากว่า
- เช็กว่าบังพอร์ตชาร์จไหม ถ้าต้องเสียบสายไฟตอนไลฟ์ยาว
5. ความมั่นคงและน้ำหนักรับได้
ขาตั้งที่เบาเกินจะแกว่งเวลาโดนลมหรือโดนโต๊ะสะเทือน ยิ่งถ่ายกลางแจ้ง ควรดูว่าขาแยกได้กว้างแค่ไหนและมีที่ถ่วงน้ำหนักไหม บางรุ่นมีตะขอใต้แกนกลางให้แขวนกระเป๋าเพื่อเพิ่มความนิ่ง
- ขายางกันลื่น ช่วยไม่ให้ไถลบนพื้นเรียบ
- ข้อต่อล็อก ต้องแน่น ไม่ยืดลงเองเมื่อรับน้ำหนัก
- วัสดุ อะลูมิเนียมทนกว่า แต่พลาสติกก็เพียงพอถ้าใช้ในบ้าน
6. การใช้งานไลฟ์ยาว ๆ
ไลฟ์หนึ่งครั้งอาจยาวเป็นชั่วโมง มือถือจะร้อนและแบตหมด ถ้าจำเป็นต้องชาร์จไปด้วย ต้องดูว่าแท่นยึดบังพอร์ตชาร์จหรือไม่ และถ้าต้องต่อไมค์เสริมหรือหูฟัง ควรเหลือช่องว่างให้เสียบด้วย
- ช่องเสียบสายต้องเข้าถึงได้ ระหว่างยึดอยู่
- หมุนจอได้ ถ้าต้องสลับแนวตั้งแนวนอน
- ฐานหนักพอ ไม่ล้มเมื่อขยับแรง
7. การพกพา
ถ้าต้องพกออกไปข้างนอก ความยาวตอนพับและน้ำหนักมีผลมาก ขาตั้งที่พับแล้วยังยาวจะเกะกะในกระเป๋า บางรุ่นมีกระเป๋าแถมช่วยกันกระแทกและจัดเก็บง่าย
8. อะแดปเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วง
ขาตั้งบางรุ่นหัวเป็นสกรูมาตรฐาน รับอุปกรณ์เสริมได้หลากหลาย เช่น ไฟเล็กหรือที่ยึดกล้องอื่น ถ้าเราไม่ได้ใช้ต่อพ่วงอะไร ก็ไม่จำเป็นต้องจ่ายเพิ่มสำหรับรุ่นที่รองรับเยอะ
9. งบเท่าไหร่ถึงพอ
- หลักร้อยต้น แบบตั้งโต๊ะพื้นฐาน พอใช้ถ่ายเล่น
- หลักร้อยกลาง ขาตั้งตั้งพื้นที่มีหัวล็อกแน่นขึ้น
- หลักพัน วัสดุและหัวกล้องดีขึ้น เหมาะถ้าใช้ทำงานจริงจัง
สำหรับคนเริ่มทำคลิป ไม่จำเป็นต้องซื้อแพง สิ่งสำคัญคือล็อกแล้วนิ่งและความสูงพอดีกับมุมที่ใช้
10. เคล็ดลับการจัดมุมกล้อง
วางกล้องให้เลนส์อยู่ระดับสายตาหรือสูงกว่าเล็กน้อย จะได้มุมที่ดูเป็นมิตร ไม่เงยจมูก หลีกเลี่ยงฉากหลังที่รกและมีแสงย้อน ถ้าถ่ายในห้อง ให้หันกล้องเข้าหาแหล่งแสงธรรมชาติแทนการย้อนแสงหน้าต่าง
- ระดับสายตา ให้ใบหน้าดูเป็นธรรมชาติ
- แสงจากด้านหน้า ให้หน้าสว่าง ไม่มืด
- ฉากหลังเรียบ ทำให้ตัวเราดูเด่น
เช็กลิสต์เลือกขาตั้งมือถือ
- เลือกแบบให้ตรงกับที่ถ่ายเป็นหลัก
- ความสูงพอดีกับมุมที่ต้องการ
- หัวล็อกแน่น ไม่ค่อยเอียงเอง
- ที่หนีบรับขนาดมือถือกับเคสได้
- ฐานมั่นคง รับน้ำหนักได้
- ไม่บังพอร์ตชาร์จและช่องไมค์
- พับแล้วพกง่ายถ้าต้องพกบ่อย
- ไม่จำเป็นต้องจ่ายแพงถ้ายังเริ่มต้น
สรุปคือขาตั้งมือถือเป็นของเล็ก ๆ ที่ช่วยให้คลิปและไลฟ์ดูมืออาชีพขึ้นทันที เลือกแบบ ดูความสูง และเช็กว่าล็อกแล้วนิ่งไหมเป็นหลัก เริ่มจากรุ่นราคาไม่แพงพอใช้ แล้วค่อยอัปเกรดเมื่อรู้ว่าต้องการอะไรเพิ่มจริง ๆ
