ปลั๊กกันไฟกระชากต่างจากปลั๊กพ่วงถูก ๆ ยังไง

Written by

in

ปลั๊กกันไฟกระชาก หรือที่กรองไฟ เป็นของที่หลายคนมองว่าไม่จำเป็น เพราะคิดว่าซื้อปลั๊กพ่วงถูก ๆ ใช้ก็พอ แต่ของไฟฟ้าเป็นเรื่องที่ประมาทไม่ได้ บทความนี้จะชวนดูว่าปลั๊กกันไฟกระชากต่างจากปลั๊กพ่วงถูก ๆ ตรงไหน และควรดูอะไรก่อนซื้อ

ก่อนอื่น: ไฟกระชากคืออะไร

ไฟกระชากคือภาวะที่แรงดันไฟฟ้าสูงขึ้นชั่วขณะจากระดับปกติ สาเหตุอาจมาจากฟ้าผ่า การสับสวิตช์ของอุปกรณ์ไฟฟ้าแรงสูง หรือปัญหาจากระบบไฟภายนอก ไฟกระชากสามารถทำให้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เสียหายได้ โดยเฉพาะอุปกรณ์ที่มีวงจรละเอียด

1. ปลั๊กพ่วงถูก ๆ ทำอะไรได้

  • เพิ่มช่องเสียบ เท่านั้น
  • ไม่มีระบบป้องกันไฟเกิน
  • ไม่มีตัวตัดไฟ

ปลั๊กพ่วงธรรมดาไม่ได้ป้องกันไฟกระชาก มันแค่กระจายช่องเสียบ ถ้าเกิดไฟกระชากหรือฟ้าผ่า อุปกรณ์ที่เสียบอยู่ก็รับความเสี่ยงเต็ม ๆ

2. ปลั๊กกันไฟกระชากทำอะไรได้

  • ดูดซับแรงดันเกิน กันไม่ให้ส่งไปถึงอุปกรณ์
  • ตัดไฟอัตโนมัติ เมื่อเกิดภาวะผิดปกติในบางรุ่น
  • บอกสถานะการป้องกัน บางรุ่นมีไฟบอกว่ายังทำงานอยู่ไหม

จุดสำคัญคือตัวป้องกันจะเสื่อมสภาพตามการใช้งาน โดยเฉพาะหลังรับไฟกระชากใหญ่ ควรเปลี่ยนเมื่อตัวบอกสถานะแสดงว่าไม่ทำงานแล้ว

3. ค่าที่ควรดูบนกล่อง

  • พิกัดแคลมป์ (clamping voltage) ยิ่งต่ำยิ่งปกป้องได้ดี
  • พลังงานระบาย (joules) ยิ่งสูงยิ่งรับไฟกระชากได้มาก
  • กระแสที่รองรับ ต้องพอสำหรับอุปกรณ์ทั้งหมด
  • เวลาตอบสนอง ยิ่งเร็วยิ่งดี

ตัวเลข joules สูงไม่ได้หมายความว่าดีที่สุดเสมอ ต้องดูพิกัดอื่นประกอบด้วย เพราะค่าที่ต่ำเกินไปอาจไม่ทันป้องกัน

4. จำนวนช่องและการจัดการสาย

  • จำนวนช่อง ให้พอสำหรับอุปกรณ์ที่ใช้
  • ระยะห่างช่อง บางรุ่นช่องชิดกัน adapter ใหญ่ไม่พอดี
  • ความยาวสายไฟ ให้พอถึงปลั๊กผนังโดยไม่ตึง

5. ควรต่ออะไรกับปลั๊กกันไฟกระชาก

  • คอมพิวเตอร์และจอ อุปกรณ์ราคาสูงที่ควรป้องกัน
  • ทีวีและเครื่องเสียง วงจรละเอียด
  • เครื่องเล่นเกม มีวงจรซับซ้อน
  • อุปกรณ์ที่มีข้อมูลสำคัญ เช่นหน่วยความจำภายนอก

ของที่มอเตอร์ใหญ่ เช่น ตู้เย็นหรือแอร์ มักมีกระแสเริ่มต้นสูงและการดูแลต่างกัน ควรดูพิกัดการรองรับให้ดีก่อนต่อกับปลั๊กกันไฟกระชาก

6. ปลั๊กกันไฟกระชากไม่ได้กันทุกอย่าง

แม้จะมีปลั๊กกันไฟกระชาก อุปกรณ์ก็ยังอาจเสียหายได้ถ้าไฟกระชากรุนแรงมาก เช่น ฟ้าผ่าลงสายไฟโดยตรง วิธีป้องกันชั้นถัดไปคือถอดปลั๊กออกเมื่อไม่ใช้งาน โดยเฉพาะช่วงที่ออกจากบ้านหรือมีพายุฝน

  • ถอดปลั๊กตอนไม่อยู่ เป็นวิธีที่ตรงที่สุด
  • ปลั๊กกันไฟเป็นชั้นป้องกัน ไม่ใช่เกราะกันได้ทุกอย่าง
  • ใช้อุปกรณ์คุณภาพ ลดความเสี่ยง

7. ปลั๊กกันไฟกระชากกับ UPS ต่างกัน

ปลั๊กกันไฟกระชากป้องกันแรงดันเกิน แต่ไฟดับก็ยังดับและอุปกรณ์ก็ยังดับตาม ส่วน UPS มีแบตสำรอง ทำให้อุปกรณ์ทำงานต่อได้ชั่วระยะหนึ่งตอนไฟดับ เหมาะกับคอมพิวเตอร์ที่ต้องการเซฟงานหรือเซิร์ฟเวอร์ ถ้าต้องการกันไฟฟ้าดับให้ใช้ UPS ไม่ใช่แค่ปลั๊กกันไฟกระชาก

8. งบเท่าไหร่ถึงพอ

  • หลักร้อย ปลั๊กกันไฟพื้นฐาน ป้องกันอุปกรณ์ทั่วไป
  • หลักพันต้น พิกัดสูงขึ้น หลายช่อง
  • หลักพันกลางขึ้นไป รุ่นสำหรับอุปกรณ์ราคาสูงโดยเฉพาะ

อย่าซื้อปลั๊กกันไฟราคาถูกสุดที่แปะคำว่า surge ไว้ เพราะอาจไม่ได้ป้องกันจริง จ่ายเพิ่มอีกนิดเพื่อได้ของที่มีมาตรฐานและพิกัดชัดเจนคุ้มกว่า

9. การดูแลและเปลี่ยนตามรอบ

  • เช็กไฟบอกสถานะ ถ้าดับแสดงว่าหมดสภาพ
  • เปลี่ยนตามคำแนะนำผู้ผลิต โดยเฉพาะหลังรับไฟกระชากใหญ่
  • อย่าเสียบเกินพิกัด ตรวจกำลังไฟรวม

เช็กลิสต์เลือกปลั๊กกันไฟกระชาก

  • เช็กพิกัด joules และแคลมป์
  • กระแสที่รองรับพอสำหรับอุปกรณ์
  • ช่องเสียบพอและห่างพอกับ adapter
  • มีไฟบอกสถานะการป้องกัน
  • ต่อให้ถูกกับอุปกรณ์ที่ต้องการป้องกัน
  • ถอดปลั๊กตอนไม่อยู่เป็นนิสัย
  • แยกความต่างจาก UPS ให้ชัด
  • ไม่เลือกของถูกสุดที่ไม่มีมาตรฐาน

สรุปคือปลั๊กกันไฟกระชากต่างจากปลั๊กพ่วงถูก ๆ ตรงที่มีระบบดูดซับแรงดันและตัดไฟเพื่อปกป้องอุปกรณ์ เป็นของที่ควรมีโดยเฉพาะสำหรับอุปกรณ์ราคาสูง เลือกจากพิกัดที่ชัดเจนและมีมาตรฐาน อย่าลืมว่ามันเป็นชั้นป้องกัน ไม่ใช่การรับประกันว่าอุปกรณ์จะรอดทุกกรณี