เมาส์เกมมิ่งมีให้เลือกเป็นร้อยรุ่น แต่สำหรับมือใหม่ ไม่จำเป็นต้องซื้อตัวแพงหรือครบฟีเจอร์ บทความนี้จะบอกว่าควรดูอะไรบ้างเพื่อเลือกเมาส์ที่เข้ากับมือและสไตล์การเล่นของตัวเอง
ก่อนอื่น: เมาส์เกมมิ่งต่างจากเมาส์ทั่วไปยังไง
เมาส์เกมมิ่งมักใช้เซนเซอร์ที่แม่นกว่า ปุ่มที่ตั้งค่าได้ และวัสดุที่ทนกว่าเมาส์สำนักงาน แต่มือใหม่จะได้ประโยชน์จริงจากสองอย่างคือ ความแม่นของเซนเซอร์ และ ความสบายในการจับ ส่วนฟีเจอร์อื่นค่อยๆ ศึกษาเพิ่มได้
1. เซนเซอร์และค่า DPI/CPI
- DPI/CPI สูง หมายถึงเมาส์ขยับได้ไกลต่อการเลื่อนหนึ่งนิ้ว
- มือใหม่ไม่ต้อง DPI สูงมาก เพราะเล่นด้วยค่ากลาง ๆ ได้สบาย
- เซนเซอร์ที่แม่น ทำให้การเลื่อนสม่ำเสมอ ไม่กระตุก
อย่าเลือกจากตัวเลข DPI สูงสุดเพียงอย่างเดียว เพราะในทางปฏิบัติแทบไม่มีใครใช้ค่าสูงสุด
2. รูปทรงและขนาดให้เหมาะกับมือ
นี่คือสิ่งที่สำคัญที่สุดและคนมองข้ามบ่อย เมาส์ที่ดีต้องเข้ากับรูปมือและการจับของเรา
- มือเล็ก เลือกเมาส์ขนาดเล็กหรือกลาง
- มือใหญ่ เลือกเมาส์ที่ยาวและกว้างพอให้อุ้งมือวางได้
- การจับ มีหลายสไตล์ ให้เลือกทรงที่เข้ากับสไตล์ของตัวเอง
ถ้าลองจับได้ก่อนซื้อจะดีที่สุด เพราะความสบายเป็นเรื่องเฉพาะตัว
3. น้ำหนักเมาส์
- เบา ขยับคล่อง เหมาะกับเกมที่ต้องปัดเมาส์เร็ว ๆ
- หนัก มั่นคงกว่า เหมาะกับเกมที่ต้องการความนิ่ง
- ปรับได้ บางรุ่นถอดตุ้มน้ำหนักได้ ปรับตามใจ
4. สายหรือไร้สาย
- แบบมีสาย ไม่ต้องชาร์จและไม่มีการหน่วง
- ไร้สาย คล่องตัวกว่า แต่ต้องดูความหน่วงและอายุแบต
เมาส์เกมมิ่งไร้สายสมัยใหม่มีความหน่วงต่ำมาก จนแทบไม่รู้สึกต่าง แต่ราคาสูงกว่าแบบมีสาย
5. ปุ่มและการตั้งค่า
- จำนวนปุ่ม ให้พอดีกับเกมที่เล่น
- ปุ่มด้านข้าง มีประโยชน์ แต่ถ้าไม่ใช้ก็ไม่ต้องมีเยอะ
- ซอฟต์แวร์ สำหรับตั้งค่าปุ่มและโปรไฟล์
6. ความทนทานของสวิตช์
สวิตช์คลิกมีอายุการใช้งานเป็นจำนวนครั้ง สวิตช์ที่มีอายุสูงจะทนกว่า แต่เมาส์ราคาถูกก็มักใช้สวิตช์ที่อายุสั้นกว่า ถ้าเล่นหนักทุกวัน ควรเลือกที่ทนกว่าเพื่อไม่ต้องเปลี่ยนบ่อย
7. พื้นผิวและด้ามจับ
- ผิวด้าน จับถนัด ไม่ลื่นง่าย
- ผิวเงา ดูสวย แต่ลื่นเมื่อมือเปียกเหงื่อ
- ยางกันลื่นที่ด้านข้าง ช่วยให้จับแน่นขึ้น
8. อะไรที่ไม่ต้องรีบซื้อ
- เมาส์ราคาสูงระดับโปร ถ้ายังเล่นแบบมือใหม่
- ฟีเจอร์ที่ไม่ได้ใช้ เช่น ปุ่มเยอะแต่กดไม่ทัน
- ของที่มีตามกระแส แต่ไม่ได้ตรงกับมือ
9. แผ่นรองเมาส์และพื้นผิวการเล่น
เมาส์ดีแค่ไหนก็เล่นได้ไม่เต็มที่ถ้าพื้นผิวไม่เหมาะ แผ่นรองเมาส์มีผลกับการเลื่อนและความแม่นยำ แผ่นแบบเรียบเนียนให้การเลื่อนลื่น ส่วนแบบผิวหนืดขึ้นให้การควบคุมที่นิ่งกว่า
- แผ่นเล็ก เหมาะกับพื้นที่จำกัดและค่า DPI สูง
- แผ่นใหญ่ เหมาะกับการปัดเมาส์กว้าง ๆ และค่า DPI ต่ำ
- ความหนาและขอบเย็บ ทำให้ทนและไม่บาดมือ
10. การตั้งค่าและปรับตัวให้เข้ากับเมาส์
เมื่อได้เมาส์ใหม่แล้ว ควรใช้เวลาปรับตัวสักพัก ไม่ควรเปลี่ยนค่า DPI ไปมา เพราะกล้ามเนื้อต้องจดจำการเลื่อนในแบบเดียว ตั้งค่า DPI ให้พอดีแล้วเล่นด้วยค่านั้นอย่างสม่ำเสมอ จะเล่นได้แม่นขึ้นเรื่อย ๆ
11. ดูแลเมาส์ให้ใช้ได้นาน
- เช็ดผิวและช่องเซนเซอร์ ด้วยผ้าแห้งเป็นครั้งคราว
- ไม่ดึงสายแรง ถ้าเป็นแบบมีสาย
- ชาร์จสม่ำเสมอ ถ้าเป็นแบบไร้สาย
- เก็บให้พ้นฝุ่นและความชื้น เมื่อไม่ใช้
การดูแลง่าย ๆ แค่นี้ทำให้สวิตช์และเซนเซอร์ทำงานได้นานขึ้น คุ้มกับราคาที่จ่ายไป และไม่ต้องเปลี่ยนเมาส์บ่อยเกินไป
12. ตัวอย่างการเลือกตามเกมที่เล่น
เกมแต่ละประเภทใช้เมาส์ต่างกัน ถ้าเล่นเกมยิงมุมมองบุคคลที่หนึ่ง ควรเน้นเมาส์เบาและเซนเซอร์แม่น ๆ ถ้าเล่นเกมวางแผนหรือเล่นช้า ความสบายและจำนวนปุ่มสำคัญกว่า ส่วนเกมที่ต้องกดปุ่มบ่อย ๆ ให้ดูสวิตช์ที่ทนไว้ก่อน
- เกมยิงเร็ว เบา เซนเซอร์แม่น พื้นผิวไม่ลื่น
- เกมวางแผน ปุ่มด้านข้างมีประโยชน์ เน้นสบาย
- เล่นผสมหลายแบบ เลือกทรงกลาง ๆ ปรับได้
มือใหม่ควรเลือกจากความสบายก่อน แล้วค่อยปรับตามเกมที่เล่นบ่อยจริง จะได้เมาส์ที่อยู่กับเราได้นาน
เช็กลิสต์เลือกเมาส์เกมมิ่งมือใหม่
- เซนเซอร์แม่น เลือก DPI ไม่ต้องสูงสุด
- ทรงและขนาดเข้ากับมือ
- น้ำหนักเหมาะกับสไตล์เล่น
- เลือกสายหรือไร้สายตามความสะดวก
- จำนวนปุ่มพอดีกับเกมที่เล่น
- สวิตช์ทนถ้าเล่นหนัก
- พื้นผิวไม่ลื่นเมื่อมือเปียก
- ไม่ต้องซื้อรุ่นโปรในตอนแรก
สรุปคือเมาส์เกมมิ่งมือใหม่ให้ความสำคัญกับ ความเข้ากับมือ และ ความสบายในการจับ มากกว่าสเปกตัวเลขสูง ๆ เลือกทรงที่ถูกกับมือ น้ำหนักที่ชอบ และสวิตช์ที่ทน แค่นี้ก็ได้เมาส์ที่ใช้เล่นได้ดีโดยไม่ต้องจ่ายแพง
