สมาร์ตวอตช์กลายเป็นอุปกรณ์ที่คนในเมืองใส่กันเยอะ แต่หลายคนซื้อมาแล้วได้ใช้แค่ดูเวลา เพราะไม่รู้ว่ามันทำอะไรได้จริง บทความนี้จะบอกว่าสมาร์ตวอตช์ใช้ในเมืองทำอะไรได้บ้างในชีวิตประจำวัน และควรเลือกดูอะไรก่อนซื้อ
1. ดูการแจ้งเตือนโดยไม่ต้องหยิบมือถือ
ประโยชน์ที่คนใช้เยอะที่สุดคือการแจ้งเตือน ข้อความ สายเข้า หรือแจ้งเตือนแอปจะเด้งขึ้นที่ข้อมือ ทำให้เรารู้ว่าอันไหนสำคัญโดยไม่ต้องหยิบมือถือขึ้นมาทุกครั้ง
- กรองการแจ้งเตือน ว่าเรื่องไหนต้องรีบดู
- ตอบกลับข้อความสั้น ๆ ได้จากข้อมือ (บางรุ่น)
- ปฏิเสธสาย โดยไม่ต้องหยิบมือถือ
2. ติดตามสุขภาพประจำวัน
- นับก้าว และดูว่าแต่ละวันเดินมากน้อยแค่ไหน
- วัดชีพจร เพื่อดูแนวโน้ม ไม่ใช่การวินิจฉัยโรค
- ติดตามการนอน ช่วยดูพฤติกรรมและปรับเวลานอน
- เตือนให้ลุกขึ้นขยับ ถ้านั่งนาน
ข้อมูลเหล่านี้ใช้เพื่อดูแนวโน้มของตัวเอง ไม่ใช่แทนคำแนะนำแพทย์ ถ้ามีค่าผิดปกติควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ
3. ช่วยเรื่องการเดินทางในเมือง
ในเมืองใหญ่ที่มีระบบขนส่งสาธารณะ สมาร์ตวอตช์ช่วยได้มาก
- ดูเส้นทางแบบย่อ จากข้อมือ ไม่ต้องหยิบมือถือในที่คนเยอะ
- แจ้งเตือนเมื่อถึงป้าย ที่ต้องลง
- แตะจ่ายเงิน ถ้ารุ่นรองรับ
- หามือถือ ถ้าลืมวางไว้ที่ไหน
การดูกะทัดรัดที่ข้อมือสะดวกกว่าการหยิบมือถือบ่อย ๆ ในที่แออัด
4. ช่วยเรื่องการออกกำลังกาย
- ติดตามการเผาผลาญ ระหว่างออกกำลังกาย
- โหมดออกกำลังกาย เฉพาะทาง เช่น วิ่ง ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ
- GPS ในตัว สำหรับคนที่วิ่งหรือปั่นโดยไม่พกมือถือ
- กันน้ำ สำหรับคนที่ออกกำลังกายและว่ายน้ำ
5. ใช้เป็นนาฬิกาปลุกและตัวช่วยเตือนความจำ
การตั้งนาฬิกาปลุกที่สั่นที่ข้อมือช่วยปลุกได้โดยไม่รบกวนคนข้าง ๆ และการเตือนความจำหรือกำหนดการจะขึ้นที่ข้อมือ ใช้ได้ดีสำหรับคนที่ลืมเรื่องเล็ก ๆ บ่อย ๆ
6. ใช้ทำงานคู่กับมือถือ
- ควบคุมเพลง ที่เล่นอยู่ในมือถือ
- ถ่ายรูปจากระยะไกล โดยดูจอพรีวิวที่ข้อมือ
- หาโทรศัพท์ ด้วยการสั่นหรือเสียง
- แจ้งเตือนประชุม ไม่ให้พลาดนัด
7. เลือกให้เหมาะกับมือถือที่ใช้
นี่คือจุดที่คนซื้อแล้วผิดหวังบ่อย สมาร์ตวอตช์บางรุ่นใช้ได้เต็มที่เฉพาะกับมือถือบางค่าย ต้องเช็คก่อนว่าคู่กับมือถือเราได้ครบไหม ทั้งการแจ้งเตือน การตอบกลับ และการอัปเดตแอป
8. อายุแบตคือฟีเจอร์ที่ต้องคิด
ถ้าต้องชาร์จทุกวันจะน่ารำคาญ แต่ถ้าอยู่ได้เป็นสัปดาห์สบายกว่ามาก รุ่นที่จอสะท้อนแสงและฟีเจอร์ไม่เยอะมักอยู่ได้นาน แต่รุ่นที่จอสว่างตลอดและมี GPS จะสั้นลง
9. ความทนทานและกันน้ำ
ในเมืองมีฝน มีเหงื่อ มีการกระแทก ควรเลือกรุ่นที่กันน้ำระดับใช้งานประจำวันและตัวเครื่องทนทาน เพราะสมาร์ตวอตช์จะอยู่กับเราเกือบทั้งวัน
10. จอสว่างแค่ไหนถึงอ่านง่ายกลางแดด
การดูจอในเมืองต้องเจอทั้งแดดจัดและแสงสะท้อนจากอาคาร รุ่นที่ความสว่างสูงจะอ่านง่ายกว่า แต่ก็กินไฟมากกว่า ควรดูว่าจอปรับความสว่างอัตโนมัติได้ไหม เพราะจะช่วยประหยัดแบตและอ่านสบายตาทั้งวัน
- ความสว่างสูง ช่วยให้อ่านกลางแดดได้ชัด
- จอแบบสะท้อนแสง อ่านง่ายและประหยัดไฟ
- ปิดจอตลอดเวลา อ่านง่ายแต่เปลืองแบต
11. ระบบติดตามตำแหน่งและความเป็นส่วนตัว
สมาร์ตวอตช์เก็บข้อมูลสุขภาพและการเคลื่อนไหวของเราจำนวนมาก ก่อนซื้อควรดูว่ารุ่นนั้นเก็บข้อมูลไว้ที่ไหน แชร์กับใคร และปิดการติดตามได้ไหม การเข้าใจเรื่องนี้จะช่วยให้ใช้ได้อย่างสบายใจ
- ข้อมูลสุขภาพ ควรเก็บในเครื่องหรือบัญชีของเรา
- การแชร์ตำแหน่ง ปิดได้ถ้าไม่ต้องการ
- การลบข้อมูล ทำได้เมื่อเลิกใช้
12. วิธีดูแลสมาร์ตวอตช์ให้อยู่ทน
การใช้งานในเมืองทำให้ตัวเครื่องเจอทั้งเหงื่อ ฝุ่น และฝน การดูแลที่ถูกวิธีช่วยยืดอายุได้มาก
- เช็ดสายและตัวเครื่อง เป็นประจำด้วยผ้านุ่ม
- ไม่ชาร์จตอนเปียก รอให้แห้งก่อน
- อัปเดตซอฟต์แวร์ เพื่อความปลอดภัยและแบตที่ดีขึ้น
เช็กลิสต์เลือกสมาร์ตวอตช์ใช้ในเมือง
- ดูการแจ้งเตือนตอบกลับได้ไหม
- ติดตามสุขภาพได้ตามที่ต้องการ
- ช่วยเรื่องการเดินทางในเมือง
- มีโหมดออกกำลังกายที่ใช้
- ใช้เป็นนาฬิกาปลุกและเตือนความจำ
- ทำงานคู่กับมือถือได้ครบ
- เข้ากันได้กับมือถือที่ใช้
- อายุแบตและกันน้ำเหมาะกับชีวิต
สรุปคือสมาร์ตวอตช์มีประโยชน์จริงถ้าเราใช้มันถูก จุดเด่นคือการแจ้งเตือนที่ข้อมือ สุขภาพประจำวัน และการช่วยเรื่องการเดินทางในเมือง สิ่งสำคัญคือเลือกให้เข้ากับมือถือและชีวิตประจำวัน แล้วมันจะกลายเป็นอุปกรณ์ที่ขาดไม่ได้ ไม่ใช่ของที่ซื้อมาแล้ววางทิ้ง
